พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ถือเป็นกฎหมายปฏิรูปการศึกษาครั้งสำคัญที่สุดของประเทศไทย เป็นผลจากกระแสการปฏิรูปประเทศภายหลังรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 โดยมีเจตนารมณ์สำคัญในการกำหนดหลักการ สิทธิ หน้าที่ ระบบการศึกษา แนวทางการจัดการศึกษา การบริหารจัดการ การประกันคุณภาพ ครู บุคลากร และ
การลงทุนทางการศึกษาไว้ภายในกฎหมายฉบับเดียว ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งกฎหมายแม่บทและกฎหมายเชิงปฏิบัติการในเวลาเดียวกัน ซึ่งพัฒนาการทางการศึกษาย่อมเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาความเข้มแข็งของระบบการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ
ตลอดเวลากว่า 27 ปีที่ผ่านมา พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ถือเป็นกฎหมายแม่บทที่มีความสำคัญสูงสุดต่อการกำหนดทิศทาง โครงสร้าง และคุณภาพระบบการศึกษาของประเทศ รวมทั้งระบบการวิจัยของประเทศ แต่สถานการณ์กลับบ่งชี้ว่าการศึกษาไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตคุณภาพและความเหลื่อมล้ำ แม้ว่ากฎหมายดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการบริหารราชการและบริบทของประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะมีความพยายามปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบของกฎหมายดังกล่าว แต่ผลลัพธ์ด้านคุณภาพผู้เรียน สมรรถนะกำลังคน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศกลับยังไม่บรรลุเป้าหมายตามที่สังคมคาดหวัง ส่งผลให้เกิดคำถามสำคัญว่า ปัญหาของการศึกษาไทยเกิดจาก “การดำเนินนโยบาย” หรือเกิดจาก “โครงสร้างของระบบกฎหมาย” ที่รองรับการจัดการศึกษาของประเทศ
ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการจัดทำกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ โดยรัฐบาลและพรรคการเมืองต่าง ๆ ได้เปิดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดทิศทางของกฎหมายที่จะเป็นรากฐานของระบบการศึกษาไทยในอนาคต
จากผลการศึกษาวิกฤตการศึกษาไทยพบว่า การจะนำไปสู่การปฏิรูปอย่างแท้จริง ไม่สามารถใช้กระบวนทัศน์เดิมได้ แต่ต้องอาศัย “คานงัดใหม่ (New Leverage)” โดยเฉพาะเรื่อง “ความเป็นอิสระ (Autonomy) ของสถานศึกษา” ซึ่งจะต้องถูกกำหนดไว้ในร่าง พรบ. อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความตื่นตัวให้แก่สังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายนิติบัญญัติและกลุ่มผู้นำทางการเมืองที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทหลักในการออกกฎหมาย
ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิรูปการศึกษาไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนให้จัดตั้งขึ้นมาโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเห็นสมควรให้มีเวทีนำเสนอข้อเท็จจริงทางวิชาการ พร้อมเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองหลัก ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อสร้างเจตนารมณ์ (Commitment) ร่วมกันในการผลักดันกฎหมายที่จะช่วยแก้ปัญหาการศึกษาได้อย่างตรงจุด โดยเป็นเวทีสำหรับการสัมมนา เรื่อง “พระราชบัญญัติการศึกษาเพื่ออนาคตการศึกษาและการวิจัยไทย”
ข่าวเด่น
Press Release
10 Aug 2026
การสัมมนาวิชาการ เรื่อง “พระราชบัญญัติการศึกษาเพื่ออนาคตการศึกษาและการวิจัยไทย”
Published By
HTER News Center
Share
คัดลอกลิงก์แล้ว
การจะนำไปสู่การปฏิรูปอย่างแท้จริง ไม่สามารถใช้กระบวนทัศน์เดิมได้ แต่ต้องอาศัย “คานงัดใหม่ (New Leverage)” โดยเฉพาะเรื่อง “ความเป็นอิสระ (Autonomy) ของสถานศึกษา” ซึ่งจะต้องถูกกำหนดไว้ในร่าง พรบ. อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข่าวที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานภายนอก
ไทยพีบีเอส (Thai PBS)
‘พท.-ปชน.-ปชป.’ ร่วมผ่า พ.ร.บ.การศึกษา42 ต้นเหตุปฏิรูปเหลว ชูปฏิวัติ กฎหมายใหม่
อ่านรายละเอียด
มติชน
พท.-ปชน.-ปชป. ร่วมผ่า พ.ร.บ.ศึกษา42 ต้นเหตุปฏิรูปเหลว ชูปฏิวัติ กม.ใหม่ ... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/local/education/news_5838640
อ่านรายละเอียด
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
“ทพญ.ศรีญาดา” เปิดเวที การสัมมนาวิชาการ "พระราชบัญญัติการศึกษา เพื่ออนาคตการศึกษาและการวิจัยไทย” ถกเข้ม! พ.ร.บ.การศึกษา ชี้กฎหมายคือตัวกำหนดชะตากรรมเด็กและอนาคตชาติ
อ่านรายละเอียด
ประชาชาติ
‘พท.-ปชน.-ปชป.’ ร่วมผ่า พ.ร.บ.ศึกษา’42 จี้รบ.ต้องมีเจตจำนงพลิกโฉมหน้าการศึกษาไทย
อ่านรายละเอียด
thairemark
“ภาวิช” จี้ยกร่าง กม.ศึกษาใหม่ ต้องแยก พ.ร.บ.ขั้นพื้นฐานฯ ยกเลิกประถม-มัธยม ปลดล็อก ร.ร.มีอิสระ เตือน AI ดิสรัปฯ
อ่านรายละเอียด
เดลินิวส์
’ภาวิช‘ จี้ยกร่างกฎหมายการศึกษาใหม่ ต้องแยก พ.ร.บ.ขั้นพื้นฐานฯ ยกเลิกประถม-มัธยม
อ่านรายละเอียด
สยามรัฐ
“ภาวิช” เสนอรื้อกฎหมายศึกษาใหม่ แยก พ.ร.บ.ขั้นพื้นฐาน ปลดล็อกโรงเรียนรับมือ AI
อ่านรายละเอียด
MGR Online
“ภาวิช” ผ่า 27 ปี พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ย่ำอยู่กับที่ เสนอตั้ง “ซูเปอร์บอร์ดนายกฯ” รื้อกฎหมายทั้งระบบ
อ่านรายละเอียด
Event Photos
อัลบั้มภาพประมวลกิจกรรม